หมดแล้วชีวิต!! ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา  แม่น้องเจเจ เหยื่อรถตู้มรณะ ทั้งที่ชีวิต ทำมาเพื่อลูกคนเดียว หวังให้ลูกเลี้ยงดูตอนแก่ แล้วตอนนี้จะอยู่กับใคร

หมดแล้วชีวิต!! ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา แม่น้องเจเจ เหยื่อรถตู้มรณะ ทั้งที่ชีวิต ทำมาเพื่อลูกคนเดียว หวังให้ลูกเลี้ยงดูตอนแก่ แล้วตอนนี้จะอยู่กับใคร

วันที่ 3 ม.ค. 60 – เมื่อเวลา 22.00 น. วานนี้ (2 ม.ค.) นายพรศักดิ์ ไทยเจียมอารีย์ ขนส่ง จ.จันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่ง จ.จันทบุรี ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร เข้าพบปะพูดคุยกับ หจก.พลอยหยก คิวรถตู้ กรุงเทพฯ – จันทบุรี หน้าโรบินสัน จันทบุรี เลขที่ 30/258 – 259 ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี หลังประสบอุบัติเหตุชนกับรถยนต์กระบะ พื้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (2 ม.ค.) จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
โดยบรรยากาศภายในคิวรถตู้ พบว่า เป็นไปด้วยความโศกเศร้า เสียใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางคิวรถตู้ได้ทำการเปิดกล้องวงจรปิดให้ญาติ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ได้ทำการตรวจสอบ เพื่อเป็นที่มาในการหาข้อมูลรูปพรรณของผู้โดยสารรถตู้เที่ยวมรณะ
ทั้งนี้ จากการดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบพฤติกรรมของ นายสุมนต์ เอี่ยมสมบัติ อายุ 64 ปี คนขับรถตู้ หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 15-1352 กทม. รถร่วม บขส. หมวด 2 สายที่ 9907 กรุงเทพฯ – จันทบุรี ที่อยู่ในสภาพปกติ ไม่มีท่าทางอ่อนแรง หรือ อ่อนเพลีย ตลอดจนผู้โดยสารที่เดินขึ้นรถคันดังกล่าว
ต่อมาวันนี้ (3 ม.ค. 60) เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ญาติเหยื่อผู้โดยสารรายหนึ่ง นางวิมล หมดภัย อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/43 ม.7 ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี แม่ของ น.ส.หทัยทิพย์ หมดภัย หนึ่งในผู้โดยสารรถตู้คันดังกล่าว ได้เดินทางมาขอดูกล้องวงจรปิดกับทางคิวรถตู้ ถึงกับรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีลูกสาวเพียงคนเดียวเป็นที่พึ่งสุดท้ายในเวลาแก่เฒ่าตอนนี้ แต่ต้องมาจบชีวิตในช่วงเวลาพึ่งทำงานได้ปีเศษ ที่ จ.นครปฐม
ซึ่งช่วงกลับมาปีใหม่ ได้มีโอกาสไปไหว้พระขอพรทำบุญ และได้พูดคุยกันเพียงไม่กี่วัน ก่อนกลับไปทำงาน จนกระทั่งมาทราบว่า ลูกสาวเสียชีวิตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดจากทางคิวรถตู้ ซึ่งตนเองอยากจะเรียกร้องกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคิวรถ ให้ช่วยกำกับดูแล ตรวจสอบความพร้อมของรถ รวมถึงคนขับ ซึ่งในช่วงเทศกาลที่มีการโดยสารกันมากกว่าปกติ พร้อมยอมรับว่า เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หน่วยงานภาครัฐต้องกำกับดูแลให้มากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
“ชีวิตนี้ฝากไว้กับลูก ถ้าไม่มีลูก แล้วจะอยู่เพื่อใคร น้องทำงานอยู่ที่พุทธมณฑล ศาลายา เมื่อคืนก็เพิ่งไปกินเลี้ยงกับเพื่อน ๆ ที่เรียนจบมาด้วยกัน ไม่นึกเลยว่าจะมาเสียลูกสาว ซึ่งปกติป้าจะเป็นคนมาส่งเขา แต่วันนั้นแดดร้อน เลยให้พ่อเขามาส่ง เขาก็มาบอกว่า สวัสดีแม่ เลยบอกว่า เดินทางปลอดภัยนะลูกนะ เทศกาลแม่ก็จะเป็นห่วงลูก เพิ่งพาไปทำบุญวัดไผ่ล้อม ตักบาตรและบริจาคโลงศพ ลูกทำงานวันที่ 3 ม.ค. ก็เลยบอก "น้องเจกลับเร็วหน่อยไหม เดี๋ยวไปถึงกรุงเทพฯ มันจะเย็น รถจะติด"
ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตนี้ ทั้งชีวิตมีลูกคนเดียว แล้วจู่ ๆ ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่อใคร ลูกสาวขึ้นที่นี่ประจำเลย มันใกล้ดี พอลงปุ๊ป ก็เดินเข้าบ้าน ใช้บริการที่นี่ตลอด ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ไม่เคยไปบริษัทอื่นเลย จะมาขึ้นรถตรงนี้ประจำ บริการดี ชีวิตป้าหมดเลย ทำมาทั้งชีวิตเพื่อลูก ไม่คิดว่าลูกมาหาป้า แล้วจะเกิดเหตุแบบนี้ อยากฝากว่า คนขับรถควรมีความรับผิดชอบ เหนื่อยมากก็พักผ่อน ไม่ใช่ขับควบแบบนี้ เพราะชีวิตลูกหลานเรา ก็อยากให้ระวังมากที่สุด” แม่ของ น.ส.หทัยทิพย์ หมดภัย กล่าวเปิดใจทั้งน้ำตา
ด้าย นายพรศักดิ์ ไทยเจียมอารีย์ ขนส่ง จ.จันทบุรี เปิดเผยหลังจากพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ คิวรถตู้พลอยหยก ว่า ผู้ประกอบการรายนี้ ไม่ได้นำรถเข้าไปตรวจสอบที่สถานีเดินรถ หรือ บขส. ตามเกณฑ์ในช่วงการรณรงค์เทศกาล โดยรับผู้โดยสารแล้ววิ่งสู่ปลายทาง ซึ่งถือว่า ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจาก ขนส่ง ก่อนออกจากต้นทาง ทั้งเรื่องสภาพรถ รวมถึงความพร้อมของพนักงานขับรถ ตามระเบียบในช่วงเทศกาล ซึ่งที่ผ่านมาเคยแจ้งผู้ประกอบการรถตู้อยู่บ่อยครั้ง
จากการพูดคุยในกรณีนี้ ทางคิวรถตู้ พลอยหยก ยอมให้การช่วยเหลือเป็นศูนย์ในการตรวจสอบอัตลักษณะผู้โดยสารเที่ยวมรณะ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการติดตามติดต่อญาติผู้เสียชีวิต และพร้อมให้การช่วยเหลือตามระเบียบขั้นตอนต่าง ๆ ขนส่ง จ.จันทบุรี เปิดเผยอีกว่า จากกรณีดังกล่าว ผู้หลักผู้ใหญ่ในกรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นพิเศษ และแสดงความเสียใจมา ณ โอกาสนี้ หลังจากนี้ ได้เตรียมดำเนินการตามมาตรการ ในการแก้ไขปัญหาระบบขนส่งสาธารณะเป็นกรณีเร่งด่วน ต่อไป